การเดินเงินบาคาร่าทุนน้อย 101 แทงคงที่ สำหรับผู้เริ่มต้น

การเดินเงินบาคาร่าทุนน้อย 101 แทงคงที่ สำหรับผู้เริ่มต้น

ตั้งแต่เกมบาคาร่าถือกำเนิดขึ้นมา มีเซียนพนันมากมายที่พยายามจะค้นคว้าหาสูตรต่าง ๆ ที่สามารถพิชิตคาสิโนได้ ว่าไปตามจริงในปัจจุบันก็มีอยู่หลายสูตรด้วยกัน แต่ทุกสูตรที่สามารถชนะคาสิโนได้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ทุนสูงทั้งนั้น จึงเกิดเป็นสูตรแทงคงที่ (Flat Betting) เพื่อให้คนทุนน้อยก็สามารถเดิมพันกับคาสิโนได้อย่างไม่เสียเปรียบ ถึงแม้จะไม่ได้ทำกำไรมากมายอะไร แต่ถ้ามองถึงปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่างแล้ว การที่ใช้ทุนน้อยสร้างกำไรกับคาสิโนได้ก็ถือเป็นความสำเร็จในขั้นต้นแล้ว

เดิมพันคงที่ (Flat Betting) มันทำงานยังไง

การเดินเงินแบบแทงคงที่หัวใจหลักจะอยู่ที่สูตรบาคาร่าที่ใช้ในการเลือกข้างเดิมพันมากกว่า เพราะเป็นการวัดกับเจ้ามือกันไปเลยว่าใครชนะมากกว่ากัน อย่างเช่นแทงตาละ 100 บาทคงที่ 10 ตา เราชนะ 6 ตา แพ้ 4 ตา ก็หมายความว่าเราได้กำไรมา 200 บาทนั่นเอง ในทางกลับกัน ถ้าเราชนะ 4 ตา แพ้ 6 ตา ก็ขาดทุน 200 จะเห็นว่าการเดิมพันคงที่ไม่ว่าจะขาดทุนหรือกำไรจำนวนเงินก็จะน้อยกว่าการเดินเงินแบบอื่น ๆ พอสมควร จึงเหมาะกับผู้ที่มีทุนน้อยหรือต้องการทดลองสูตร ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีของสูตรแทงคงที่ก็คือผู้เล่นสามารถเดิมพันได้หลายตา ธรรมชาติของเกมบาคาร่าจะสลับกันแพ้ชนะ เปอร์เซ็นต์ที่จะได้หรือเสียติดกันมากกว่า 6 ครั้ง มีน้อยมาก ผู้เล่นสามารถค่อย ๆ เดิมพันกินเงินจากคาสิโนทีละน้อยได้ เหมาะกับผู้ที่เริ่มเล่นใหม่ ทุนน้อย ค่อย ๆ หาประสบการณ์

ข้อเสียของสูตรนี้คือจะไม่เหมาะกับคนที่ใจร้อนหรือมีประสบการณ์มาก เพราะสูตรนี้ผู้เล่นจะเสียกำลังใจหากแพ้ติดกัน 2-3 ครั้ง เพราะนั่นหมายความว่า 2-3 ตาที่ชนะมาก่อนหน้าสูญเปล่าไปเลย จึงขอแนะนำว่าใครที่รู้ตัวว่าใจร้อนก็ต้องมีทุนในระดับที่เพียงพอจะใช้การเดินเงินในแบบอื่น ๆ จะดีกว่า

กฎเกมบาคาร่าเบื้องต้น

ไม่ว่าโต๊ะบาคาร่าที่ไหนในโลกก็จะมีความเป็นสากลเหมือนกันหมดคือมีช่องให้เดิมพันหลัก ๆ คือ Banker , Player , TIE นอกจากนี้ก็มี Banker TIE และ Player TIE อีกด้วย แต่ในบทความนี้จะขอแนะนำสำหรับมือใหม่เท่านั้น ให้เลือกเดิมพันเฉพาะ Banker , Player และ TIE เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการเดินเงินเดิมพันนั่นเอง

โดยเกมบาคาร่าจะมีการนับแต้มจากไพ่ดังนี้

  • ไพ่ A หรือ เอจ จะมีแต้มเท่ากับ 1
  • ไพ่ที่มีเลข จะมีแต้มเท่ากับเลขของไพ่ใบนั้น ๆ เช่น 2 ก็ 2 แต้ม , 3 ก็ 3 แต้ม ไปจนถึง 9 ก็ 9 แต้ม
  • ไพ่ที่มีหน้า เช่น K , Q , J เหล่านี้จะไม่มีแต้มหรือก็คือ 0 แต้ม

เจ้ามือจะทำการจั่วไพ่ 2-3 ใบ (ตามกติกาบาคาร่า) แล้วนำแต้มมารวมกัน ผู้เล่นสามารถสังเกตง่าย ๆ เมื่อแต้มบวกกันทั้งหมดแล้ว เอาเลขเฉพาะตัวท้ายมาวัดกันเท่านั้นเช่น ไพ่ฝั่ง Banker ได้ 7 , 3 , 4 ส่วนฝั่ง Player ได้ Q , 9 จะเห็นว่าฝั่ง Banker ต้องนำแต้มมารวมกัน 7+3+4 = 14 เอาเฉพาะเลขตัวหลัง ก็เท่ากับว่าฝั่ง Banker ได้แต้มเท่ากับ 4 ส่วนฝั่ง Player ได้ Q เท่ากับ 0+9 ก็เท่ากับว่าฝั่ง Player ได้แต้มเท่ากับ 9 ฝั่ง Player ชนะ

อัตราการจ่าย

  • ผู้เล่นชนะจ่าย 1 ต่อ 1 เช่น ผู้เล่นลงเดิมพัน 100 บาท หากชนะก็จะได้เงินรางวัล 100 บาท รวมเป็น 200 บาท
  • เจ้ามือชนะจ่าย 0.95 ต่อ 1 เช่น ผู้เล่นลงเดิมพัน 100 บาท หากชนะก็จะได้เงินรางวัล 95 บาท รวมเป็น 195 บาท
  • เสมอจ่าย 8 ต่อ 1 เช่น ผู้เล่นลงเดิมพัน 100 บาท หากชนะก็จะได้เงินรางวัล 800 บาท รวมเป็น 900 บาท

ทดสอบการเดินเงินคงที่

เพื่อให้เห็นภาพว่าการเดินเงินแบบคงที่ (Flat Betting) มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน เหมาะกับเราหรือไม่ จึงต้องขอยกตัวอย่างง่าย ๆ โดยจำลองสถานการณ์ว่าผู้เล่นเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (Banker) เท่านั้น

จากตารางจะเห็นว่าการเดินเงินแบบคงที่มีความปลอดภัยสูตร เพราะบาคาร่าจะสลับกันแพ้ชนะอยู่แล้ว ใช้เงินไม่ถึง 500 บาท ก็สามารถสร้างกำไรรวม +175 บาท (ตามตัวอย่าง) ได้

เปรียบเทียบกับระบบ Martingale

สูตรแทงทบ (Martingale) ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน แต่เหมาะกับคนที่มีทุนพอสมควรจึงใช้สูตรนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ต้องนำการเดินเงินแบบ Martingale มาเปรียบเทียบก็เพื่อให้ผู้เล่นตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าทั้งสองแบบนี้มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งหลักการแทงทบก็คือ เมื่อเราเสีย ในตาต่อไปให้เดิมพันเท่าตัวเพื่อจะได้ทั้งเงินต้นและกำไรในคราวเดียว ยกตัวอย่างเช่น เดิมพัน 100 บาท หากเสีย ในตาต่อไปให้ลงเดิมพัน 200 บาท หากเสียอีกก็ให้เดิมพัน 400 บาท ถ้าชนะจะได้เงินรางวัล 800 บาท ส่วนเงินที่เดิมพันไปทั้งหมด 100+200+400 = 700 บาท ผู้เล่นจะได้กำไร 100 บาทนั่นเอง

 

สถานการณ์เดียวกันกับสูตรเดินเงินคงที่ ทุกอย่างเหมือนกัน แตกต่างกันที่วิธีการเดินเงิน โดยสูตร Martingale สามารถสร้างกำไรได้ถึง +360 บาท ในขณะที่การแทงคงที่ +175 บาท แต่ก็ต้องยอมรับข้อเสียด้วยว่าสูตรนี้ต้องใช้เงินมากกว่า 500 บาท ในขณะที่การแทงคงที่ใช้เงินเพียง 300 บาทเท่านั้น

การเดินเงินทั้งสองแบบนี้ต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ที่เห็นชัดเจนเลยก็คือระดับของเงินทุนและความปลอดภัย ผู้เล่นใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์หรือผู้ที่จะทดลองสูตรสามารถใช้สูตรแทงคงที่ในการหาประสบการณ์ไปก่อน เมื่อชำนาญและมีทุนแล้วค่อยใช้วิธีเดินเงินแบบ Martingale เพราะวิธีเดินเงินแบบแทงทบนี้จะสร้างกำไรทุกครั้งที่มีการชนะเกิดขึ้น

 

วิเคราะห์การเดินเงินคงที่

อาจกล่าวได้ว่าการแทงคงที่เป็นสูตรที่ปลอดภัยที่สุดในโลกแล้ว เพราะใช้เงินเดิมพันไม่สูง ตัดสินใจหยุดการเดิมพันได้ง่ายเพราะไม่เสียหายมากนัก เช่น ผิดติดต่อกัน 5 ตา ก็เสียเงินแค่ 500 บาท (ในกรณีแทงตาละ 100 บาท) เมื่อผิดเยอะแล้วผู้เล่นจะเรียนรู้ว่าสูตรที่ใช้เดิมพันนี้ยังไม่ผ่าน ค่อย ๆ เปลี่ยนสูตรไป แตกต่างจากการเดินเงินแบบแทงทบที่ผู้เล่นจะตัดใจหยุดเดิมพันได้ยาก เช่น ผิดติดต่อกัน 5 ตา ผู้เล่นจะเสียเงินทั้งหมด 3,100 บาท (ในกรณีแทงตาละ 100 บาท) จะเห็นว่าเดิมพันไปแล้วถึง 3,100 บาท เป็นธรรมดาที่อยากจะได้เงินทุนทั้งหมดคืน วิธีนี้หากทุนไม่ถึงมีความเสี่ยงที่จะสูญเงินทั้งหมดได้ ดังนั้นการแทงคงที่จึงเป็นสูตรที่ปลอดภัยเหมาะกับคนทุนน้อย หากมีสูตรเดิมพันดี ๆ ก็สามารถสร้างกำไรได้แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *